ผลิตภัณฑ์การเงิน
ผู้สนับสนุน
4 วิธีป้องกันตัวจากโจรปล้นเงินเครดิตการ์ด
By Chayanit Songsermsawad
เพราะชีวิตไม่ใช่ละคร การพกบัตรเครดิตนั้นสะดวกกว่าการพกเงินสดมากนัก โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้จ่ายอะไรใหญ่ๆ การรูดเครดิตการ์ดนั้นย่อมง่ายกว่าการพกกว่าการพกแบงก์พันเป็นปึกๆ ใส่กระเป๋าหนังเสี่ยงต่อการปล้น

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการใช้บัตรเครดิตจะปลอดภัยจากมิจฉาชีพ ดังนั้น ผู้ใช้บัตรเครดิตเองก็ต้องคอยระแวดระวังโจรด้วยเหมือนกัน

ฉ้อโกงบัตรเครดิตเกิดขึ้นได้อย่างไร

ก่อนที่เราจะรู้ว่าเราต้องป้องกันตัวจากปล้นและการฉ้อโกงอย่างไร เราจะต้องรู้จักชนิดและประเภทของการฉ้องโกงเสียก่อน เพราะโดยส่วนมากแล้วการปล้นบัตรเครดิตไม่ใช่การขโมยบัตรแข็งเพื่อนำไปรูปใช้ (ซึ่งในกรณีนี้สามารถติดต่อธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อระงับบัตรเครดิตได้) แต่เป็นการขโมยข้อมูลในบัตร


ข้อมูลในบัตร ทั้งเลขที่หน้าบัตร วันที่หมดอายุ และเลข security code หลังบัตร เป็นเลขที่ใช้สำหรับการตัดบัตรเครดิตสำหรับการซื้อขายสินค้าออนไลน์ และเป็นเลขที่ต้องเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุด


การขโมยเลขดังกล่าวเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น การใช้เครื่องสกิมเมอร์เพื่อก๊อปปี้ข้อมูลในบัตรและแถบแม่เหล็กสำหรับนำไปใช้สร้างบัตรปลอมนำมารูด การแฮคข้อมูลและขโมยข้อมูล ซึ่งอาจมาในรูปแบบอีเมลปลอมหลอกให้กรอกข้อมูล การใช้ Wifi สาธารณะที่ไม่อาจตรวจสอบผู้ใช้ได้ และอาจเป็นการเผลอให้ข้อมูลบัตรเหล่านี้ไปกับคนที่รู้จักหรือเชื่อใจ ซึ่งมักเกิดขึ้นได้เสมอ


ป้องกันตัวจากการปล้น

เพราะการปล้นบัตรเครดิตเกิดขึ้นได้เสมอ เราจึงควรป้องกันเอาไว้ก่อน โดยวิธีการแรกคือ การเลือกเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ และปลอดภัยในการกรอกข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อชำระเงิน ซึ่งควรเป็นเว็บไซต์ที่ขึ้นต้นด้วย https แทน http


อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็น https ก็ไม่ได้หมายความว่าจะการฉ้อโกงจะไม่มีวันเกิดขึ้น โดยนอกจากการเลือกเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือและตัดบัตรเครดิตผ่านบริการของบริษัทที่สามแล้ว อีกวิธีที่ทำได้ง่ายๆ เพื่อป้องกัน คือ การคอยตรวจสอบการใช้เงินอยู่เสมอ


หลายครอบครัวมีการให้บัตรเครดิตของพ่อหรือแม่กับลูกเพื่อใช้จ่าย และมักจะเจอรายการที่ตัวของพ่อและแม่เองไม่ได้ใช้ปรากฏในรายการชำระเงินอยู่เสมอ แต่บางครั้งเมื่อยอดมาแล้วกลับเจอรายการที่ไม่เคยใช้จ่ายและจับมือใครดมไม่ได้ว่าใครเป็นคนใช้ไป โดยบางครั้ง หากลูกหลานไม่ได้เป็นคนเอาไปใช้ ยอดนั้นอาจมหาศาลเสียจนคุณพ่อคุณแม่ลมจับ


ดังนั้น เราควรตรวจสอบรายการชำระเงินอยู่เสมอ และนำไปสู่วิธีป้องกันอย่างที่สาม นั่นคือ การเปิดการแจ้งเตือน โดยให้ธนาคารหรือผู้ออกบัตรเครดิตแจ้งการชำระเงินผ่านบัตรทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายผ่านเครดิตการ์ด


ยกตัวอย่างบริการ SCB connect ของธนาคารไทยพาณิชย์ที่แจ้งเตือนการใช้บัตรเครดิต โดยส่งข้อความมาหาทางแอพพลิเคชันไลน์ หรือบริการ SMS Alert ของธนาคารและผู้ออกบัตรต่างๆ


ส่วนวิธีการสุดท้าย คือ การติดตั้งรหัสผ่านเป็นลายนิ้วมือหรือใบหน้า เช่น บริการของ Apple Pay และ Google Pay และการตั้งรหัสผ่านกับโทรศัพท์มือถือเพื่อป้องกันการใช้แอพพลิเคชันชำระเงินในโทรศัพท์ กันไว้ย่อมดีกว่าแก้

You May Like
อยากติดต่อเรา
ผู้สนับสนุน
ข่าวที่น่าสนใจ
ผู้สนับสนุน