ผลิตภัณฑ์การเงิน
ผู้สนับสนุน
แบงก์ญี่ปุ่นเร่งสู่สังคมไร้เงินสด ดันเครดิตการ์ด-อีมันนี่
By Chayanit Songsermsawad
ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่ใช่เงินสดอย่างเข้มข้น และรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้พยายามเปลี่ยนแปลงในจุดนั้นเพื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสดในยุทธศาสตร์การลงทุน "สังคม 5.0” โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มการใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสด ซึ่งประกอบไปด้วยการใช้จ่ายผ่านเครดิตการ์ด เดบิตการ์ด และอี-มันนี่ ให้เพิ่มขึ้น 2 เท่าเป็น 40% ของการใช้จ่ายทั้งหมดภายในอีก 10 ปีข้างหน้า

เพื่อดำเนินการดังกล่าว รัฐบาลญี่ปุ่นจึงออกกฎหมายเปิดทางให้ธนาคารต่างๆ ให้ข้อมูลบัญชีและธนาคารแก่บริษัทที่สามได้ง่ายขึ้น โดยการเปิดทางดังกล่าว จะดึงดูดให้บริษัทเทคโนโลยีการเงิน (ฟินเทค) หลายแห่ง ซึ่งรวมไปถึงแอนท์ ไฟแนนเชียล จากอาลีบาบา และแอปเปิ้ล อิงค์ เข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดการชำระเงินโดยไม่ใช้เงินสดจากบรรดาธนาคารไปได้

เอย์อิชิโร ยานากาวะ นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีและการธนาคารอาวุโสจากบริษัทที่ปรึกษาซีเลนท์ เปิดเผยว่า การให้ไปใช้จ่ายโดยไม่ใช่เงินสดจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับภาคธนาคารในการลดต้นทุนที่เกิดจากการใช้เงินสด ขณะที่การเปิดกว้างระบบธนาคารจะช่วยให้ธนาคารเพิ่มการบริการ

ที่สำคัญคือ ธนาคารจะได้ฐานข้อมูลลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสดสามารถติดตามได้ง่ายกว่าการใช้เงินสดมาก โดยการสร้างฐานข้อมูลลูกค้าและประวัติการจับจ่ายใช้สอยจะทำให้ธนาคารรู้จักลูกค้าดีขึ้น และช่วยให้ออกผลิตภัณฑ์หรือโปรโมชันได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ฐานข้อมูลของลูกค้าและประวัติการจับจ่ายใช้สอยสำคัญอย่างมากในการทำโปรโมชันผลักดันให้ลูกค้าใช้เครดิตการ์ดเพิ่ม รวมถึงใช้พอยท์ที่สะสมในเครดิตดังกล่าวได้รวดเร็วเพิ่มขึ้น โดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ "เอไอ" สามารถทำนายความต้องการและความชื่นชอบของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วจากประวัติการจับจ่ายใช้สอยดังกล่าว และสร้างโปรโมชันที่ต้องกับความต้องการส่งตรงไปถึงลูกค้า จึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเครดิต

ไร้เงินสดประหยัดเวลา-ต้นทุน

การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมไร้เงินสดของญี่ปุ่น กำลังเริ่มต้นดำเนินการไปอย่างช้าๆ โดยล่าสุด นิตยสารนิกเกอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า ร้านอาหารเปิดใหม่ใจกลางกรุงโตเกียวที่ชื่ "ชูโอ วาร์ด" ไม่รับการชำระเงินเป็นเงินสด แต่ใช้จ่ายผ่านอี-มันนี่และเครดิตการ์ดเพียงอย่างเดียว

รายงานระบุว่า การหันไปใช้เครดิตการ์ดและอี-มันนี่ ทำให้การชำระเงินเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถประหยัดเวลาได้มากขึ้นถึง 30 นาทีในแต่ละวัน

“ผมไม่ต้องต่อแถวเพื่อจ่ายเงิน การไม่ใช่เงินสดง่ายและสะดวกมาก" ลูกค้าวัย 63 ปี ซึ่งจ่ายด้วยเครดิตการ์ด กล่าวกับนิกเกอิ

จากการศึกษาของวีซ่า บริษัทเครดิตการ์ดรายใหญ่ของโลก พบว่า ต้นทุนในการนับเงินและขนส่งเงินสดของญี่ปุ่นจะปรับลดลงราว 5.4 ล้านล้านเยน หรือราว 1.5 ล้านล้านบาท หากรัฐบาลสามารถเพิ่มการใช้เครดิตการ์ด เดบิตการ์ด และอี-มันนี่ ได้สองเท่าตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่สังคมไร้เงินสดของญี่ปุ่นยังอยู่ในขั้นต้นเพียงเท่านั้น

เครดิตการ์ด-อีมันนี่ ยังเจออุปสรรค

ก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนประชาชนที่นิยมใช้เงินสดของญี่ปุ่นให้หันมาใช้ช่องทางอื่นอย่างเครดิตการ์ดและอี-มันนี่มากขึ้น ญี่ปุ่นยังต้องหาทางจัดการกับปริมาณเงินสดที่ไหลเวียนในระดับ โดยจากการประเมินของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส) ระบุว่า ปริมาณเงินสดในระบบของญี่ปุ่นคิดเป็นถึง 20% ของขนาดเศรษฐกิจญี่ปุ่น

นอกจากนี้ การใช้ช่องทางที่ไม่ใช่เงินสดของญี่ปุ่นยังเติบโตเพียงแค่ 1% เมื่อเทียบกับปริมาณการทำธุรกรรมทั้งหมดที่เติบโตในระดับเลขสองหลักเมื่อปี 2017 ด้วย

ดังนั้น ธนาคารจึงจำเป็นต้องมีระบบการชำระเงินที่สามารถอยู่ร่วมกับการใช้เงินสดได้เพื่อไม่ให้ลูกค้าที่เคยชินกับการใช้เงินสดเบือนหน้าหนีเครดิตการ์ด เดบิตการ์ด และอี-มันนี่ไปเสียก่อน

You May Like
อยากติดต่อเรา
ผู้สนับสนุน
ข่าวที่น่าสนใจ
ผู้สนับสนุน