ผลิตภัณฑ์การเงิน
ผู้สนับสนุน
เครดิตการ์ดญี่ปุ่นรุกจับตลาดอาเซียน
By Chayanit Songsermsawad

จากข้อมูลของธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ เมื่อปี 2016 พบว่า อัตราการถือครองเครดิตการ์ดในผู้ใหญ่ในประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อยู่ที่เพียง 9% เท่านั้นสำหรับเครดิตการ์ด และอยู่ที่ 30% สำหรับเดบิตการ์ด เนื่องจากประชาชนหลายคนไม่มีบัญชีธนาคารเป็นของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่ออัตราการใช้สมาร์ทโฟนของอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ภูมิภาคที่มีประชากรรวมกันมากถึง 650 ล้านคน จึงเป็นที่หมายตาของบรรดาบริษัทเครดิตการ์ดในต่างประเทศ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่นที่ต้องการเข้ามาชิงส่วนแบ่งมาสเตอร์การ์ดและวีซ่า
บริษัทเครดิตการ์ดจากแดนปลาดิบอย่าง “อิออน” จึงวางแผนจับกลุ่มลูกค้าผ่านบริการทางสมาร์ทโฟน โดยจะเปิดให้บริการในกัมพูชาอย่างเร็วที่สุดภายในเดือนนี้ ซึ่งลูกค้าในกัมพูชาสามารถช็อปปิ้งหรือโอนเงินผ่านแอพพลิเคชันสามาร์ทโฟนของบริษัทได้ และยิ่งใช้จ่ายสะดวกมากขึ้นเมื่อใช้กับห้างสพรรสินค้าของอิออนเอง
กัมพูชากลายเป็นตลาดที่น่าเข้าไปจับสำหรับอิออน เนื่องจากความต้องการในการใช้จ่ายผ่านทางอิเลคทรอนิกส์มีสูง เนื่องจากอัตราค่าธรรมเนียมในการบริการของธนาคารภายในกัมพูชาราคาแพง และทำให้ประชาชนกัมพูชาหลายคนเลือกที่จะไม่มีบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าไม่มีบัตรเครดิต โดยอิออนตั้งเป้าจะมีผู้ใช้บริการราว 3-5 แสนคน ภายในปี 2020

เจซีบีเจาะตลาดไทย

เจซีบีกำลังวางแผนที่จะเปิดตัวบริการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตด้วยสมาร์ทโฟนในไทยในราวปี 2019 โดยผู้ใช้สามารถใช้จ่ายได้ง่ายๆ เพียงแค่แสกนคิวอาร์โค้ดด้วยกล้องสมาร์ทโฟน โดยบริษัทตั้งเป้าหมายว่า บริการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มการใช้เครดิตการ์ดในหมู่ชาวไทยที่มีรายได้ปานกลาง
อย่างไรก็ตาม ความนิยมในเครดิตของประชาชนอาเซียนอาจไม่มีแนวโน้มเพิ่มสูงมากนัก เนื่องจากความนิยมในการใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือและดิจิทัลแบงกิ้ง โดยจากผลสำรวจของเอฟที คอนฟิเดนเทียล รีเสิร์ช พบว่า เครดิตการ์ดมักเป็นช่องทางการจ่ายเงินที่ได้รับความนิยมในประเทศที่ขาดการใช้จ่ายผ่านดิจิทัลแบงกิ้งหรือผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น ในฟิลิปปินส์และเวียดนาม ส่วนในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ซึ่งมีแอพพลิเคชันของธนาคารในประเทศ หันไปนิยมการใช้จ่ายผ่านทางแอพพลิเคชันดังกล่าวมากว่าจะเป็นเครดิตการ์ด
จากผลสำรวจดังกล่าว พบว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่หันไปใช้เครดิตการ์ด เป็นเพราะไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียม ขณะที่การครอบครองเครดิตการ์ดต้องผ่านกฎเกณฑ์ข้อบังคับมากมาย ต่างกับการใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือ
อย่างไรก็ตาม ตลาดเครดิตการ์ดยังได้รับประโยชน์จากการที่ประชาชนในอาเซียนหันเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเพิ่มมากขึ้น และสตาร์ทอัพหลายแห่งก็พยายามที่จะสร้างแพลทฟอร์มชำระเงินของตัวเอง เช่น แกร็บที่พยายามนำเครดิตการ์ดเข้าสู่แพลทฟอร์ม ด้วยการจับมือกับผู้ให้บริการบัตรเครดิตของญี่ปุ่นในการทำแพลทฟอร์มขายผลิตภัณฑ์ไมโครไฟแนนซ์

You May Like
อยากติดต่อเรา
ผู้สนับสนุน
ข่าวที่น่าสนใจ
ผู้สนับสนุน